IoT(Internet of Things) กับงานชลประทาน

มาตรฐาน

IoT(Internet of Things) กับงานชลประทาน

Internet of Things เป็นเรื่องที่เป็นกระแสออกมาเรื่อย ๆ จะบอกว่าเป็นกระแส แบบเดี๋ยวจะหายไปก็ไม่ใช่ แต่เป็นกระแสหลักเลยก็ว่าได้ แถมมันจะส่งผลไปอีกนาน ชนิดแบบเปลี่ยนอนาคตการทำงานกันเลยทีเดียว
กระแส Internet of Things ของประเทศไทยตอนนี้ดูเหมือนจะอยู่ในกรอบของฝั่งการศึกษา และหน่วยงาน ด้าน IT บางแห่งเท่านั้น เช่นพวกตามมหาลัยต่างๆ ส่วนการ นำมาปรับใช้ก็มีให้เห็นอยู่บ้าง เช่นที่เมืองแสนสุข (บางแสน) แต่ว่า หน่วยงานรัฐเกือบทุกหน่วยงาน คงยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่รู้ว่ามันจะมาทำไม จะวางแผนอย่างไรกับมัน แน่นอนคนรู้เรื่องนี้มีแต่เด็ก ๆ ที่จบใหม่ ผู้ใหญ่ระดับบัญชาการจะไปรู้ได้ไงถ้าไม่มีใครไปบอกหรือ อธิบายให้เข้าใจ และเด็กที่ว่าคงยังไม่บอก เพราะตัวเองก็คงยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเอาไงกันมันที่จะมาผูกกับเรื่องงานได้…

the-internet-of-thingsLMC-Pipe.JPG

 

ความหมายของ IoT มีเยอะไม่ศึกษาได้ตามเว็บไซต์ได้เลย แต่ที่จะพูดถึงตอนนี้คือ Small Thins หรือ สิ่งของแบบเล็ก ๆ ที่เป็น Device สำหรับปล่อย data นี่ล่ะ พอเข้าเรื่องนี้หลายคนในกรมชลประทานอาจจะนึกไปถึง เรื่องโทรมาตรทันที แน่นอนเรื่องโทรมาตรเป็นเรื่องแรก ๆ ที่นักวิชาการหลายคนเอาไปอธิบายเป็นตัวอย่างเรื่อง IoT เลย แต่งานชลประทานมีหลายอย่าง นะครับ จะมอง Small Things เป็น pump น้ำก็ได้ เป็น ปตร.ก็ได้ เป็นอาคารตัวไหนก็ได้ หรือเป็นอาคารชนิดใหม่ ๆ เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ หรือเอาพวก Tracking ติดรถส่งน้ำนี่ก็ได้ จะได้รู้ว่าสนับสนุนรถน้ำได้เท่าไหร่

จะเห็นว่าไปได้ทุกวงการเลยทีเดียว แต่การสนใจเพื่อจับมาปรับใช้เรื่องไหนก่อน ที่เข้าวินเลยคือเรื่อง โทรมาตรอยู่แล้ว หลายคนบอกว่าก็มีแล้วนี่ ก็จะบอกว่าที่มีอยู่มันเป็นทิศทางที่ไม่ใช่ concept ของ IoT ทั้งหมดมีหลายเรื่องต้องแก้ไข เช่น เรื่อง Device ต่อไปจะถูกกว่านี้ อีกบาน แล้วเรื่อง data ที่จะไหลเข้า cloud มันเป็น cloud หรือยัง ผมมองว่าปัจจุบันคือ ไอน้ำที่แพงเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่เมฆ

ลงเทคนิคอีกนิดคือเมื่อ เป็น cloud ต้องเป็น cloud แบบรวมที่ทุก data ส่งมาในนี้ไม่ว่าจะอะไรก็ตามเพื่อการลงทุนที่เป็น platform เดียวกันรวมถึงการหาคนมา support จะได้ไม่หลากหลายมีทิศทางเดียวกัน Hardware จะได้ไม่มั่วด้วย

พอเป็น cloud อย่างที่ว่า แล้ว data ที่ส่งเข้ามาจะใหญ่และมั่วไปหมดส่งผลให้ database ใน cloud คงไม่ใช่แบบ relational database แล้ว มันคือ Big Data สายไอทีรู้จักคำนี้ดีครับแต่ไม่ทุกคน 555 และนี่ล่ะคือการจัดการ การสร้างความพร้อมในการเตรียม device กับ data ที่ต้องสัมพันธ์กัน เพื่อไปกำหนดว่าเราจะดึงข้อมูลใน Big Data มาทำไรวิเคราะห์อะไรบ้าง

ดังนั้นถ้าจะ Imprementation กับเรื่อง IoT ต้องวางแผนดี ๆ ไม่คิดแยกส่วนทำแบบที่ผ่านมา KM เรื่องนี้กับคนที่รู้เยอะ ๆ และเริ่มสรุปแนวทางกันได้แล้วและอย่าสรุปแบบเดิม ๆ คือมีแต่คณะประชุมในเรื่องไม่รู้จริง รอนายสั่ง เพราะเรื่องแบบนี้บอกตรงนาย ๆ คงงงอยู่เหมือนกัน

หมายเหตุ ทุกกิจกรรมของกรมในทุกภาคส่วน ที่จะทำ IoT data ต้องมาอยู่ใน cloud เดียวกันนะครับ

เขียนไว้ตรงนี้ว่าต่อไป จากเรื่อง IoT Trend ที่จะมาอีกแน่ ๆ ในยุค 4.00 คือ เรื่องBot

ศิรธิษณ์ 7 ส.ค.59

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s