การบริหารจัดการน้ำ และการบูรณาการ…ในยุคที่อะไร ๆ ก็ SMART

มาตรฐาน

Smart farmer Smart Office Smart service…

ชื่อต่าง ๆ ที่กล่าวมาด้านบนคือชื่อของโครงการและนโยบายของประเทศไทยที่พยายามใช้ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็คทรอนิคส์มากขึ้น บริหารจัดการโดยเทคโนโลยี สารสนเทศกันมากขึ้น ซึ่งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ก็มีการดำเนินโครงการและนโยบายแบบนี้ ที่ผ่านมาวิธีการต่าง ๆ พัฒนา เปลี่ยนแปลง ลองผิดลองถูกกันมาโดยตลอด การที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากหลักสูตรการบริหารจัดการน้ำ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เข้าใจดีว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารจัดการน้ำ ติดขัดตรงไหนบ้าง หากจะกล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคในมุมมองกว้าง ๆ ที่เคยมีคนได้ วิเคราะห์ไว้ ยกตัวอย่างเช่น

  • ปัญหาการขาดเครื่องมือที่เป็นระบบ ที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ อย่างเร่งด่วน
  • ปัญหาการแบ่งอำนาจการสั่งการ แต่การจัดทำข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ปัญหาการใช้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที
  • ปัญหา ความต่อเนื่องการใช้ข้อมูลโดยพยากรณ์ตั้งแต่ สภาพภูมิอากาศ ต้นน้ำ และการจำลองสถาณการณ์ เพื่อวางแผนการป้องกันได้อย่างทันท่วงที
  • ปัญหาการบริหารจัดการเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และรวดเร็ว
  • ปัญหาประสิทธิภาพการนำเข้าข้อมูลโทรมาตรต่าง ๆ ต่ำ และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งส่งผลต่อเนื่อง ให้จัดการข้อมูลและประมวลผลได้ไม่มีประสิทธิภาพ

มีความเห็นตรงกันจากหลายส่วนว่า การดำเนินการต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อลดปัญหาดังกล่าวแต่ก็ยัง ทำได้ไม่ดีนัก ถูกจุดบ้างไม่ถูกจุดบ้าง การดำเนินการ /เสนอข้อคิดเห็น /ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงกระบวนการเพื่อลดปัญหา ต่าง ๆ ได้ทำไว้มากมายมากมาย เช่น การสร้าง model ต่าง ๆ ด้านอุทกศาสตร์ให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และเน้นข้อมูล output ให้อยู่บนพื้นฐานด้านภูมิศาสตร์ ,การมีโครงการระบบพยากรณ์ต่าง ๆ มากมายในแต่ละลุ่มน้ำ แต่ก็ยังบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพไม่ดีพอ

อย่างไรก็ตามเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีส่วน ที่ทำให้ประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำไม่ดี แต่แนวคิดในเชิงยุทธศาสตร์ของหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำยังเห็นร่วมกันว่า “ควรมีเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำในแบบ Water Management Center”เช่นสาธารณรัฐเกาหลีที่ผู้เขียนได้เดินทางไปดูงานในหลักสูตรอบรมบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ด้วยแต่การที่จะทำโครงการนี้ให้สำเร็จได้ทำอย่างไร…

wordpress01Water Management Center  สาธารัฐเกาหลี

ในมุมมองของผู้เขียน ส่วนประกอบของความสำเร็จโครงการ Water Management Center สำหรับประเทศไทย มีหลายส่วนที่ต้องทำ แต่ใน ณ ที่นี้จะขอเน้นไปที่ โครงสร้างข้อมูลพื้นฐานให้มีความน่าเชื่อถือก่อนนั่นคือ สถานีตรวจวัดต่าง ๆ รูปแบบสารสนเทศที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกัน…ขอเรียกรวมกันว่า Backbone Station…

Smart Water Grid กับBackbone Station

การรองรับ Smart Water Grid ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเต็มรูปแบบ การนิยามว่า Smart water Grid คืออะไรนั้น จากการอบรมยังเข้าใจกันเป็นภาพกว้างอยู่แล้วแต่การตีความและบริบทของแต่ละประเเทศ แต่โดยส่วนตัว จะทำความเข้าใจและตีความว่า Smart Water Grid คือ Solution ของสารสนเทศ สนใจในกรอบของข้อมูล Demand-Supply ที่เกี่ยวกับน้ำ รวมถึงข้อมูลการจัดการน้ำและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านน้ำที่สนใจ ในหน่วยที่เล็ก ครอบคลุม ทุกระดับชั้น-กลุ่มผู้ใช้ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ในนัยยะที่นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านน้ำสนใจ เช่น water welfare ทั้งนี้เพื่อการบริหารจัดการน้ำและป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำเป็นสำคัญ

การจัดการ Solution ดังที่ว่านั้นแต่ละประเทศจัดการและพัฒนาไม่เหมือนกัน

wordpress02

ความสำคัญที่จำเป็นต้องมี Smart Water Grid นั้นอาจเป็นเพราะมีการมองว่าในอนาคตจะเกิด World Water War ก็เป็นได้

สำหรับประเทศไทยยังไปให้ถึงSmart Water Gridตรงนี้ยาก ซึ่งมองเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศที่พัฒนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำได้ดีแล้วในสเกลใหญ่ ๆ มาต่อยอดในการให้บริการ แก้ปัญหา การจัดการและลงทุนต่อเนื่องจนลงถึงระดับ ให้ meter ในบ้านเรือนกลายเป็น Smart ได้ ต้องยอมรับว่า แตกต่างกันอย่างมากกับประเทศไทยแต่มุมมองของผู้เขียนคือทำให้ Smart ได้โดยเริ่มในบางจุด โดยมองการพัฒนาบนข้อจำกัดของระบบสารสนเทศและการสื่อสารแบบที่มีอยู่ แต่พัฒนาให้เต็มที่บนข้อจำกัดนั้น Smart water Grid แบบไทย ๆ จะเกิดขึ้นและพัฒนาออกไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องยึดประเด็นหลักของเป้าหมายการพัฒนาให้ได้ เพื่อไม่หลุดออกไปจากกรอบที่ตั้งเป้าไว้ แต่การพัฒนาตรงนี้จำเป็นต้องมองอย่างนอกกรอบอย่างมาก…

 

Think Difference from Smart Grid to basic Social Network

โดยส่วนตัวอยากจะผลักดันการใช้เทคโนโลยี อย่างนึงซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์การรองรับ Smart Water Grid ในส่วนนึงซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับผู้คนทั้งฝั่งรัฐบาลที่บริหารจัดการน้ำ และปัจเจกบุคคลแต่ละคนในฝั่งผู้ใช้น้ำส่วนในอีกด้านจะเป็นการรองรับการบริหารข้อมูลต้นทางอย่างสถานีอุทกวิยาสถานีโทรมาตรให้อยู่ในรูปแบบที่สอดคล้องกันเป็น backbone ดังที่กล่าวนำมาแล้วได้ และมีการปรับแชร์ข้อมูลได้แบบRealTimeและเป็นรูปแบบของธรรมชาติSmart Water Grid แบบนี้เลยเป็นมุมมองที่จะนำไปปรับใช้แม้ในกระทั่ง การบริหารจัดการน้ำในสเกลใหญ่ด้วย หากไปได้ถึงขั้นที่ใช้ง่ายสะดวกและRealtimeจะมีส่วนให้เกิดการผลักดันการบำรุงรักษาและใส่ใจในการใช้งบประมาณเพื่อลงทุนสถานีพื้นฐานเหล่านี้ได้ต่อไป (มองแบบมุมกลับ)

เทคโนโลยีดังกล่าวที่ผู้เขียนคาดว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นคือ Social Network ด้านน้ำ

wordpress03

จากรูป ให้ลองนึกภาพ สถานีต่าง ๆ เช่นสถานีอุตุยมวิทยา กลายเป็น ตัวตนที่เกิดขึ้นได้ ใน Social Network แล้วสามารถ ปล่อยข้อมูลต่าง ๆ ได้ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ตามpatternของ Social Network (เช่นแทนที่จะเป็นรูปแบบข้อมูลการ update status ของ Facebook แต่จะเป็นข้อมูลอุตุนิยมวิทยาแทน) แน่นอนการที่จะรับส่งข้อมูลกันได้ จำเป็นต้อง อยู่ในเครื่อข่ายสังคมออนไลน์ชนิดเดียวกันทั้งหมด และการติดตาม สถานีอุตุฯ แต่ละตัว ผู้ที่ต้องการติดตาม ต้องไป subscribe สถานีนั้น ๆ (เปรียบได้กับการกดปุ่ม Like กรณี Facebook)   ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะถูก Feed มาสู่ผู้ที่ต้องการติดตามเองโดยอัติโนมัติ สำหรับการ นิยามผู้ที่ต้องการติดตามในกรณีนี้ ก็อาจเป็นได้ ทั้ง ผู้ที่สนใจ หรือระบบ เช่นระบบการพยากรณ์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดเป็นตัวตน ใน Social Network นี้แล้ว

หากนำ Work Flow ในการจัดการด้านบริหารจัดการน้ำ มาเขียน Frame Work สำหรับSocial Network นี้แล้ว สามารถเขียน ได้ดังนี้

chart

อธิบายจากภาพ โหนดแต่ละโหนด ใน แต่ละ Layer หากทำให้เป็นตัวตน ใน Social Network ทั้งหมด เส้นแต่ละเส้นที่เกิดขึ้นคือการ เลือก Subscribe ข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นั้นหมายความว่า ต้องสร้าง Application Social Network ด้านน้ำโดยเฉพาะและรองรับรูปแบบข้อมูลได้อย่างน้อย 3 รูปแบบตาม จำนวน Layer

 การมองการบริหารจัดการน้ำและImplementation ให้อยู่ในกรอบของเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบนี้จะทำให้เกิดผลประโยชน์ที่ได้ คือ

  • รองรับ งานวิจัย และ Solution การบริหารจัดการน้ำที่แต่ละหน่วยงาน ต่างฝ่ายต่างทำ ได้
  • ส่งเสริมให้เกิดโครงการ และงานวิจัยเนื่องจากข้อมูลมีรูปแบบชัดเจน
  • ยืดหยุ่นต่อการเลือกใช้ข้อมูล (ไม่ต้องติดตามข้อมูล แต่ข้อมูลจะไหลมาหาเองตามที่เลือกไว้)
  • เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
  • การเลือกรับข้อมูลเกิดขึ้นจริงจากภาคประชาชน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในแต่ละระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับการดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงได้นั้น อุปสรรคที่น่าจะเจอคือ การสร้าง Format มาตรฐานข้อมูล ระหว่าง Layer ที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และเป็นมาตรฐานเดียวกันโดยที่ หน่วยใน Layer เดียวกันซึ่งมีอยู่เยอะหลายทฤษฎีและรูปแบบ ต้องปรับใช้ให้เหมือนกันให้ได้ ซึ่งจุดนี้เป็นความท้าทายและดำเนินการยาก

เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินโครงการ อาจเริ่มจากลุ่มน้ำเล็ก ๆ ของประเทศไทย และเลือกใช้เฉพาะสถานีตวจวัดที่อยู่ในลุ่มนั้น มาทดลองเป็นโครงการนำร่องก่อน แน่นอนระบบ ที่เป็น Social Network ระหว่าง layer จะต้องพัฒนาให้ใช้ง่ายสะดวก และส่วนตัวเห็นว่า Solution นี้จะสามารถสร้างและนำมาใช้งานจริงได้ เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานคือ ประชาชนจะเลือก ผู้ที่มีความพร้อมทั้งทฤษฎี(หรือข้อมูล)ทั้งปฏิบัติ และจริงใจที่จะแก้ปัญหา การบริหารจัดการน้ำ ในภาวะไม่มีเสถียรภาพของการเมืองระดับประเทศได้

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s