เรื่องของ มด ๆ กับอัลกอริทึ่มที่ยิ่งใหญ่

มาตรฐาน

ใคร ๆ ก็รู้ว่า มด คือแมลงที่ขยันขันแข็ง และหาของกินได้เก่งกว่าใครทั้งหมด ด้วยความรู้ที่มีมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ก็รู้ว่า มด เดินเป็นแถว เป็นระเบียบ ตัวแค่นั้นต้องมี ปัญญา แค่ไหนกัน ถึงจะทำเรื่องดหล่านั้นได้นะ การเดินเป็นแถวของมด ก็เกิดจาดการหลังสาร ฟีรอโมน น่ะสิ มดที่ตามมาก็ได้กลิ่นนี้ ก็ตามกลิ่นมา คนทั่วไปจะมีความรู้หยุดอยู่เท่านี้

291px-Knapsack_ants.svg

ส่วนตัวก็เคยคิดสงสัยว่ามด หาอาหารกันได้อย่างไร และสื่อสารกับตัวอื่น ๆ ได้อย่างไรถึงมากันให้ลึ่ม หลังจากเจออาหารแล้วแป็บเดียวเอง ความสงสัยนี้เก็บไว้มานานแล้ว และก็มาค้นพบเอาก็เมื่อมาไดัอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง THE PERFECT SWARM หรือ ปัญญารวมหมู่ฉบับย่อยง่าย หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ทำให้ตอบข้อสงสัยของมดเพียงอย่างเดียว แต่มีอีกหลาย ๆเรื่องเลยทีเดียวที่เป็นประโยชน์มาก แต่พื้นที่ตรงนี้ เป็นของ มด ก็จะเน้นเรื่องมดก่อน

20131223-180041.jpg

มาเข้าเรื่องกัน การที่มดเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เนี้ย ข้อสมมุติฐานแรกคือ มดน่าจะมีผู้นำคอยสั่งการ คอยนำแถว นำทัพ อย่างนั้นหรือเปล่า ก็ถ้าเราสังเกตุดี ๆ ไอ้ตัวที่มันเจอก้อนน้ำตาลก่อนเพื่อนนี่หน้าตามันก็เหมือน ๆ กับตัวอื่นมันจะเป็นผู้นำรึ ก็ไม่น่าจะใช่ หรือมันจะวิ่งแจ่นไปบอกหัวหน้าของมันว่าพบเป้าหมายแล้ว ให้หัวหน้านำทัพมาหาก้อนนำ้ตาลเลยหัวหน้ามดก็ ออกทัพเดินทาง …ไม่ ๆ วิธีนี้ ดูเหมือนจะเป็นคนนี่ล่ะที่ใช้กัน เพราะคนนั่นล่ะที่มีวิธีการสื่อสาร เข้าใจกันได้ นักสำรวจคนแรกจะกลับมาพร้อมกับ แผนที่ ที่ชี้ถึงเป้าหมายได้ ผู้นำก็มีหน้าที่ นำทาง หรือไม่ก็ซีล็อก แผนที่แจกทุกคนให้ไปถึงเป้าหมาย แต่มดล่ะ ดูเหมือนมด จะสื่อสารกับผู้นำทีก็เอาเขาชนกัน 2 ที มันจะไปรู้เรื่องได้อย่างไร และจากการสังเกตุ ไม่มีตัวไหนที่แสดงท่าทีเป็นผู้นำเลย แต่ละตัวเหมือนจะมีหน้าทีเป็นของตัวเอง เดินไปหาอาหารเอง และร่วมขบวนขนอาหารเองด้วย ในโลกของมด โต๊ะตัวนึงคงกินพื้นที่หลายตารางกิโลเลยทีเดียว ในเมื่อมันจับปากกาเขียนแผนที่ไม่ได้ แล้วมันเดินไป – กลับ รังของมันเพื่อเรียกพวกของมันได้อย่างไรโดยไม่หลง หลายคนคิดถึงเรื่อง ฟิโรโมน แต่มันจัดการอย่างไรล่ะ ในเมื่อ มดตั้งหลายตัวออกสำรวจพร้อมกันหลายทิศทาง ตัวอื่นจะร่วมก๊วนตามไปในเส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างไร…

เอาไว้ต่อตอนหน้าครับ จะมาบอกถึงเรื่องฟิโรโมน และมดจัดการมันได้อย่างเรียบง่ายมากรวมถึงข้อสังเกตุไว้เผื่อนำมาใช้ในงานจริง ๆ เลยกรณีงานชลประทาน

ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า

มาตรฐาน

ได้ฟังเรื่องราวดี ๆ จากวิทยุ จากกูรู ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า
ก็ฟังแล้วก็ได้บริบทแบบเฉลยออกมา ว่ามันหมายความว่าอย่างไร
เข้าใจและเห็นด้วยว่าจริงเลย ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า
แต่ก็คิดต่อไปอีกทีว่ามันจะใช้ได้ในกรณีของระบบราชการหรือไม่
คิดไปคิดมา ก็ต้องแล้วแต่บริบท สถาณการณ์นิ

ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า ในแบบที่ผมเข้าใจคือ
เช่นว่า ในการประชุม ประธานในที่ประชุมจะเร่งให้การประชุมนั้นสรุปและมีทิศทาง
เมื่อเกิดเหตุการณ์ ในที่ประชุมเริ่มคุยไม่รู้เรื่องก็จะสรุปแบบดึงเอาเสียงส่วนมากมาเป็นตัวตั้ง
และสรุปผลเลยจะได้กระชับและรวดเร็ว
เข้าใจว่าหลายท่านคิดอย่างนี้ ซึ่งก็ดีแล้วนี่
แต่ ว่าถ้าช้าอีกสักหน่อยล่ะ ไอ้เสียงส่วนน้อยนั้นน่ะ เขาคิดอะไรอยู่ ให้เขาพูดออกมาให้หมด
แล้วถ้ามันขัดแย้งกัน ก็ให้เสียงส่วนใหญ่เนี่ยมาconvince กัน ช้าหน่อย แต่วิธีนี้จะทำให้ภายหลัง
คนในทีมให้ความร่วมมือมากกว่า ส่งผลให้เร็วได้ เพราะไม่แน่ทำงานไปไอ้อย่างแรกต้องมากลับนั่งแก้
ปมที่ทำให้งานไม่สำเร็จหรือเสร็จแต่เผามา
เข้าตำราช้าตอนแรกแต่เร็วในตอนหลัง

ในระบบราชการสิ่งที่ต้องเจอคือ ถ้าทำงานร่วมกันกับคนละหน่วยงานกันละก็ เจอprojectแบบทิ้งปมปัญหาไว้แน่นอนละครับ
เพราะต่างฝ่างต่างเร่งทำรีบสรุป ยิ่งคนน้อยแล้วด้วยนะ เผาเลย สุดท้ายคือหน่วยงานที่รับช่วงต่อละก็ปรึ๋ย
ที่มาสรุปแบบนี้คือว่าอยากให้รู้ว่า
หาคนที่รู้งานในภาพรวมมาทำนะครับ แล้วก็สรุปกันดี ๆตั้งแต่แรกไม่ต้องรีบครับ
เผาเพื่อเอาผลงานแต่ส่วนน่ะทำให้ ประเทศไม่ได้อะไรครับ ทำกันจัง