ค้นหาแผนที่…

มาตรฐาน

ใกล้ค่ำแล้ว มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินหลงทางอยู่ในป่่า ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุม เขายังคงเดินต่อไป เขาเข้าใจดีว่า ถ้าเดินผิดทาง ก็จะยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า ยามค่ำคืน สัตว์กินเนื้อเริ่มออกหาอาหาร เขาอาจเป็นอ่หารของเสือ ความกลัวเริ่มเข้าคุกคาม เขารู้สึกเย็นยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ นี่หรือคือความรู้สึกของคนใกล้ตาย
ความมืดมิดในยามค่ำคืน ยังพอมีแสงริบรี่จากดวงดาว แต่ก็ขาดหายไปเป็นช่วง ๆ สำหรับคนที่กำลังจะจมน้ำตาย เพียงกอหญ้าที่ลอยผ่านมา ก็มีค่าเป็นความหวังให้รอดชีวิตได้
ทันใดนั้น เขามองไปข้างหน้า เห็นชายคนหนึ่ง เขารู้สึกดีใจมากรีบวิ่งเข้าไปหา เพื่อถามเส้นทาง ชายแปลกหน้าบอกเส้นทางเขาด้วยความเป็นมิตร พวกเขาทั้งสองเดินไปเรื่อย ๆ สักพักใหญ่ เขารู้สึกว่าชายแปลกหน้าคนนี้ ก็หลงทางเหมือนกัน ครั้นแล้วเขาก็เดินแยกจากชายแปลกหน้าด้วยความสิ้นหวัง กลับเส้นทางเดิม
เดินไปไม่นานเขาก็พบชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง คราวนี้ นอกจากจะบอกเส้นทางแล้ว ยังมีแผนที่ให้ดูด้วย เขาจึงเดินไปตามเส้นทางที่ชายคนที่สองแนะนำ สุดท้ายเขาก็พบว่า ชายคนที่สองก็ไม่รู้จริง แผนที่ก็เชื่อถือไม่ได้ เป็นเพียงการเขียนขึ้นมา เพื่อหลอกตัวเองเท่านั้น ครั้นแล้ว ท่ามกลางคงามสิ้นหวัง เขาก็นึกถึงสายตาของชายทั้งสอง ในขณะที่เขาถามเส้นทางพวกเขานั้น สายตาของคนทั้งสองแฝงไว้ด้วยความกังวลไม่ปกติสุข เขารู้ว่าพวกเขาก็กำลังหลงทางเช่นเดียวกัน เขาเดินต่อไปอย่างหวาดหวั่นและไร้จุดหมาย ขณะที่เขาเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าโดยไม่เจตนา แผนที่บอกเส้นทางอยู่ในกระเป๋าของเขานี่เอง
เขายิ้มเหมือนตื่นจากฝันร้าย ความจริงมันอยู่กับตัวเองมานานแล้ว รอเพียงให้เข้าไปค้นหาเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาเขายุ่งอยู่กับการถามคนอื่น โดยลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ค้นหาตัวเองให้พบ…

เข้าใจว่าหลายคนคงจะเคยพบ ทั้งในการทำงาน ทั้งการใช้ใช้ชีวิต เราเคยคิดว่าคนอื่นจะบอกเราได้ดี เรื่องราวแบบนี้เจอกับตัวเองหลายครั้ง ในสถานที่ทำงาน ที่คิดว่าคนอื่นรู้และเข้าใจ แต่กลับไม่ใช่ การค้นพบด้วยตัวเองเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เหมือนว่าองค์กรนี้ มีแต่คนที่เห็นด้วยกับการหลงทาง เราจึงหาคนรู้จริงไม่ได้ การรู้จักภาพรวมของป่าทั้งป่า การรู้จักแผนที่ เราต้องมองภาพใหญ่ขององค์กร แล้วเราจะพบทางออก แต่จะมีใครสักกี่คนที่พอเชี่ยวชาญและจะรู้ได้ว่า แผนที่อยู่ในมือเราแล้ว

Advertisements